นิรันดร์รัตน์ มุ้ยแก้ว
ประเทศไทย  ลำพูน  อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล   2019-04-21 14:18:16  
ความคิดเห็น(0)  เปิดดู(228)  ชอบ(2)  ไร้สาระ(0)

เที่ยวอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล จ.ลำพูน เดินทางโดยรถไฟ ช่วงวันที่ 7 - 8 เม.ย. 62

สวัสดีครับผมจะมาแชร์ประสบการณ์เที่ยวอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล เดิยทางโดยรถไฟจาก กทม. ลงสถานีขุนตาน เมื่อหาวันที่จะไปเที่ยวได้แล้วผมก็ไปจองตั๋วรถไฟเนื่องจากเป็นช่วงหยุดยาวรถไฟขบวนนอนเต็มหมดแล้วเหลือแต่นั่ง ราคา 261 บาท นั่งไป 13 ชม. ออกจากสถานี กท. เวลา 22.00 ถึง สถานีขุนตาน 11.00 แล้วผมก็จองตั๋วขากลับด้วยเลยเดี๋ยวเต็มจองตั๋วขบวนนอนกลับเลยเดี๋ยวเต็ม
ผมขึ้นจากสถานีบางเขน รถไฟมาถึงเวลา 22.35 ขึ้นมาถึงที่นั่งมีแก๊งที่จะไปที่อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาลพอดี
บรรยากาศเช้าๆ ก็เย็นๆ แห้งๆ มีกลิ่นไอของดินและทุ่งนา บรรยากาศคล้ายๆ บ้านผมที่สิงห์บุรีเลย แต่เย็นกว่า
ก่อนจะถึงสถานีขุนตานจะผ่าน 3 อุโมงค์ ส่วนอุโมงค์ของขุนตาน ยาวที่สุดในประเทศไทย 1.3 กม. ผ่านอุโมงค์มาก็จะถึง สถานีขุนตานเลยครับ
ถึงสถานีขุนตาน เวลา 11.00 พอดีเป๊ะ
มีร้านค้าข้าวอยู่ 3 ร้าน แถวนี้ไม่มีตู้ ATM นะครับต้องเตรียมๆ เงินสดมาเผื่อๆ ด้วยราคาอาหารแถวนี้ก็ 35 - 45 บาท แวะทานข้าวกลางวันก่อนค่อนเดินไป อุทยานฯ
ที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล ห่างจากสถานีรถไฟขุนตาน 1.3 กม. จริงๆ ถ้าใครไม่อยากเดินไปก็มีรถพาไปได้ แต่ผมไม่แน่ใจว่าอยุ่ตรงไหนราคาเท่าไหร่ ต้องสอบถามเอาครับ
เส้นทางก็จะเดินลัดเลาะริมเขาขึ้นไป มาเที่ยวหน้าร้อน เหนื่อยไว+กับแบกของมาน่าจะ 20 กก. เดินมาซัก 1 กม. ยังไม่ทันจะถึงที่ทำการอุทยานฯ เริ่มเดินไม่ไหวและ 555
เดินมาเจอถนนดำก็ใกล้ถึงแล้วเหลือระยะทางอีกประมาณ 200 ม.
ถึงทางเข้าแล้วค่าธรรมเนียม 20 บาท กางเต็นท์ 30 บาท (สำหรับคนที่เอาเต็นท์มาเอง) หรือใครจะมาเช่าเต็นท์ ถุงนอน แผ่นรองนอน ของอุทายนฯ ก็มีให้เช่า
จุดยอดนิยมไฮไลต์ ไม่ว่าจะ นอน นั่ง หรือ ยืนได้อยู่สองจังหวัด ลำปาง - ลำพูน ไม่มาถ่ายรูปตรงนี้ก็เหมือนมาไม่ถึง (ถึงแล้วว กลับได้ปวดขาแล้วในใจนี่คิดกลับจริงๆ แต่พอดีจองตัวกลับไว้อีกวัน 555)
เมื่อเข้ามาในอุทยานฯ พี่ๆ เจ้าหน้าที่จะให้เข้าไปเอาแผนที่ และอธิบายข้อปฏิบัติและข้อควรระวังต่างๆ เช่นห้ามจุดไฟกับพื้นราบ เพราะช่วงนี้เป็นฤดูไฟป่า (แต่จริงๆ ผมค่อนข้างมั่นใจว่ามาจากฝีมือมนุษย์ 99%) เส้นทางศึกษาธรรมชาติแบ่งออกเป็น 4 จุด เรียกว่า ย.1 - 4 (ย. ย่อมาจาก จุดยุทธศาสตร์ สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2)
ถัดจากที่ทำการอุทยานฯ มา 20 เมตร จะเจอร้านค้าสวัสดิการทางขวามือจะสั่งข้าวห่อไปทาน หรือตุนสเบียงตุนน้ำ
จากที่ทำการอุทยานฯ มาถึงทางเข้าเส้นทางศึกษาธรรมชาติ 1.8 กม. ถ้าเดินมามีทางลัดขึ้นถนนเรื่อยๆ สังเกตุดีๆ ย่นระยะทางไปได้น่าจะ 800 ม. หรือจะจ้างพี่ที่อุทยานแว๊นมาส่งข้างบนก็ 50 บาท (แน่นอนผมเดินมาเรื่อยๆ)
เดินขึ้นมาเรื่อยๆ 300 ม. ทางชันหน่อยๆ จะถึงจุด ย.1
จาก ย.1 ไป ย.2 ระยะทาง 2.1 กม. ทางชันที่สุดใน 4 ย.
ระหว่างทางจาก ย.1 ไป ย.2 จะเจอป้ายที่อธิบายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 เคยเสด็จประพาสเป็นการส่วนพระองค์มายังจุดนี้เมื่อ 17 ก.ค. ปี 2512
ขึ้นเนินไปก็ถึงจุด ย.2 เป็นจุดกางเต้นของทางอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล
ตรงจุด ย.2 มีห้องน้ำข้างล่าง 4 ห้อง ข้างบน 4 ห้อง (จุดกางเต้น ย.2 อยู่ด้านบนของป้าย เดินขึ้นไป ประมาณ 100 ม. ทางชัน)
เส้นทางระหว่าง ย.2 ไป ย.3 ด้านหลังป้ายเป็นบ้านของ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช สามารถเข้ามากางเต็นท์ได้ เสียค่าธรรมเนียมเพิ่ม 100 บาท ให้กับพี่ที่เฝ้าอยู่ คิดว่าน่าจะมีบ้านให้เช้ากับน้ำกรองให้กรอก แต่พี่ที่เฝ้าเป็นผู้หญิง ผมไม่รู้ว่าแกคุยภาษากลางไม่ได้หรือยังไง คุยกันไม่รู้เรื่อง 555 (อาจจะเป็นเพราะผมพูดไม่รู้เรื่องเอง)
เดินขึ้นเนินมา 50 เมตร จะเจอจุดกางเต็นท์ ย.2 อช.ดอยขุนตาล (จุดที่กางเต็นท์ได้จะเป็น ย.2 และ ย.3)
น้องๆ ม.บูที่กางเต็นท์อยู่ตรงจุด ย.2 บอกมันหลับตลอดเลยตั้งชื่อให้ ชื่อ sleep (นอนด้วยท่ายากไม่รู้มันเมื่อยเปล่า 555)
จาก ย.2 ไป ย.3 ระยะทาง 3 กม. เป็นระยะทางที่ยาวที่สุด ของ 4 ย. และริมเขามีโอกาสเซตกไป ย.0 (แต่ผมว่าเกิน 3 กม. น่าจะ 3.5 กม. ได้รู้สึกไกล หรือเป็นเพราะเหนื่อยก็ไม่รู้ แบกเยอะปวดขาไปหมดแล้วตะคริวจะขึ้นแล้ว 555)
ระหว่างทางไป ย.3 จะเจอเส้นทางลงไปดูน้ำตกตาดเหมย 1.8 กม. จริงๆ จากตรงที่ทำการอุทยานก็มีอีกเส้นทาง 3 กม. ที่เดินลงไปดูได้ เป็นน้ำตกที่มีเฉพาะหน้าฝน (ถ้าลงไปช่วงแล้งนี้คงได้เห็นแต่น้ำตา 555)
ถึงแล้วววจุด ย.3 มี (ตะคริวกินไป 2 ทีละ เกือบจะเซร่วงไป ย.0) จุดกางเต็นท์นี้เป็นของ ม.พายัพ เสียค่าบริการ 100 บาท
ถึงแล้วก็จัดเตรียมที่พักกางเต็นท์มีลานกางเต็นท์กว้างพอสมควรน่าจะได้ 10 หลัง
คุ้มค่ามากกับเงินที่เสียไป 100 บาท มีห้องน้ำห้องส้วม พี่คนเฝ้ามีแก้ว จาน ชามให้ยืม ที่เจ๋งไปกว่านั้นมีเครื่องกรองน้ำ
แล้วก็กลับมาหุงข้าวกับทำต้มจืดเป็นกับข้าวมื้อเย็น
เริ่มมืดก็เตรียมตัวเข้านอน
ออกมาถ่ายดาวซักหน่อย ค่อยไปนอน ซักสามทุ่มมีเสียงฟ้าร้องกับลมเริ่มมาและฝนตกเล็กน้อยพี่ที่เฝ้าบอกว่าถ้าฝนลมมาหนักให้เข้าไปตรงนี้อันตรายเดี๋ยวกิ่งไม้ล้มทับ แต่โชคดีที่ฝนตกแค่ปรอยๆ เช้ามาดินยังไม่เปียกเหมือนไม่มีฝนตกเลยเมื่อคืน (ใช้ขาตั้งโทรศัพท์ กับ Xiaomi Mi A2 ในการถ่ายภาพทั้งหมด)
เช้ามา 05.45 ออกเดินมาที่ ย.4 ระยะทางประมาณ 1 กม. (น้องๆ ที่พัก ย.2 ออกเดินมาตั้งแต่ 03.30 แต่มาถึงกันกี่โมงไม่รู้ ผมมาถึงพวกน้องๆ ก็มาถึงกันก่อนแล้วพร้อมมีเจ้า sleep นำทางมา)
แล้วก็ลงมาทำมื้อเช้าผมต้มมาม่ากินเป็นมื้อเช้ากับโอวัลตินร้อนๆ
สิ่งนึงที่จะลืมบอกไปไม่ได้เลยของที่นี่คือ จั๊กจั่น เวลาเดินตามเส้นทางจะรู้สึกเหมือนว่ามีน้ำมนต์จากสวรรค์หยดลงมาตลอดการเดินทางเย็นๆ ที่จริงแล้วเป็นฉี่ของจั๊กจั่นที่ดูดน้ำเลี้ยงของต้นไม้แล้วมีน้ำเป็นส่วนเกินเยอะต้องขับออก
แล้วก็เดินลงกลับมาที่ทำการอุทยานฯ มีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นรถไฟตอนออกมาจากอุโมงค์ได้
ขากลับเดินมาแวะสักการะเจ้าพ่อขุนตาน ก่อนที่จะไปรอรถไฟกลับ
มารอกลับรถไฟออกจากสถานีขุนตาน 18.30 ขบวนนอน ชั้น 1 ราคา 1,402 บาท สิ่งอำนวยความสะดวกบนรถไฟก็มี ผ้าห่ม ผ้าเช็ดตัว ห้องอาบน้ำที่มีเครื่องทำน้ำอุ่น ถึง บางเขน 05.30 ครับ
แสดงความคิดเห็น

Booking.com