ลูกเป็ดพาเที่ยว
เอเชีย  ไต้หวัน     2019-07-10 21:22:55  
ความคิดเห็น(1)  เปิดดู(284)  ชอบ(2)  ไร้สาระ(0)

ใ น เ มื่ อ ใ จ มั น โ ซ เ ซ . . . ไ ป ไ ท เ ป ไ ม่ ร อ ล ะ น ะ ! ! !

ลูกเป็ด Day 1 (13 March 2019) Bangkok – Taipei – วัดหลงซาน – ถนนโบราณปัวผีเหลียว – บ้านสวนตระกูลหลิน - ตึกอิฐแดง
เมื่อเพื่อนพักร้อนมาจากเกาะอังกฤษ ระหว่างวันหยุดลูกเป็ดก็ต้องแรดสิคะ!!! ไม่ใช่ละ.....ต้องเที่ยวสิ จะรออะไร!!! ในเมื่อเพื่อนมีโปรแกรมจะไปไต้หวัน ด้วยความว่าง??? เปล่าเลย!!! ตามจริงใจมันโซเซต่างหาก ลูกเป็ดก็ขอตามเพื่อนไปด้วยแล้วกัน จัดแจงถามรายละเอียดคุณเพื่อนวันที่ 27 Fab 2019 แล้วก็ตัดสินใจแบบ ไม่คิดหน้าคิดหลังหรือที่เรียกว่า “ใจง่าย” รีบกดจองตั๋วทันที ทำเรื่องลาพักร้อน ทำเรื่องหาคนแทนงานต่างๆ มากมาย และอีกบลาๆๆๆ เสร็จภายในวันที่ 28 Fab 2019 ยกเว้น Passport!!! เวรกรรม!!! จะมาหมดอายุอะไรตอนนี้ (เหลืออายุไม่ถึง 6 เดือน) ต้องจองคิวทำใหม่ค่ะ จองคิวได้วันที่ 6 March แล้วให้ส่งแบบด่วน ทริปนี้ไฟไหม้สุดตรีน!!! จากนั้นมานอนสบายใจเพราะตอนแรกเพื่อนบอกว่า “ทริปนี้ให้ไปสวยๆ โง่ๆ” ที่ไหนได้ลูกเป็ดต้องมาจัดทริปด้วยจร้า และเพื่อไม่ให้เสียเวลาเรามาเริ่มกันเลยดีกว่าค่ะ ทริปนี้ออกเดินทางวันที่ 13-16 March ตั๋วที่จองเป็นของ EVA AIR แบบ Full Service พร้อมน้ำหนักกระเป๋าคนละ 30 กิโล ราคาตั๋วตอนที่ลูกเป็ดจองอยู่ที่ ฿ 9,785 net.- ตอนนี้ไต้หวันยกเว้นวีซ่า......จะมัวรออะไร ไทเปต่อไม่รอละนะ..... เก็บเป๋าด่วนค่ะ!!
เรามาเริ่มวันเดินทางกันดีกว่า ตั๋วของลูกเป็ดบินวันที่ 13 March เวลา 02.15 น. (เวลาประเทศไทย) ด้วย EVA AIR เที่ยวบิน BR206 ใช้เวลาบิน 3 ชั่วโมง 50 นาที ไปถึงก็จะเช้าพอดี เวลาที่ไต้หวันจะเร็วกว่าไทย 1 ชม. ลูกเป็ดมาขึ้นเครื่องที่สุวรรณภูมิ เมื่อมาถึงก็ต้องมารับ Pocket Wi-Fi ที่ชั้นใต้ดิน ซึ่งทริปนี้ลูกเป็ดใช้บริการของ บ. Wi-HO! ราคาค่าเช่าก็ ฿ 480 บวกค่าประกันอีก ฿ 200 ใช้งานง่ายสะดวกสบาย (Pocket Wi-Fi มีหลายบริษัทให้เลือกใช้บริการนะคะ เพื่อนๆ สามารถหาข้อมูลได้ตาม Google เลยค่ะ) หรือใครจะไปซื้อซิมที่โน่นก็ได้ แต่ลูกเป็ดขี้เกียจเปลี่ยนซิมแล้วก็ต้องตั้งค่าอะไรไม่รู้มากมาย บลา บลา บลา
จากนั้นก็รอสมาชิกมาครบทีม แล้วไป Check-in พร้อมโหลดกระเป๋าสัมภาระ สำหรับการเช็คอินของพวกเรา ในวันนี้ต่อแถวนานนิดนึงยืนซะจนเมื่อยขาเลยทีเดียว เพราะเป็นรอบที่มีเพื่อนร่วมทางเต็มลำ (กรุ๊ปทัวร์จากไทย) เมื่อเรียบร้อยก็ต้องไปผ่านด่าน ตม. ออกนอกประเทศ แล้วก็ไปรอขึ้นเครื่องที่จะออกเวลา 02.15 น.
ให้ดูตั๋วว่าขึ้นที่ GATE ไหน แล้วเดินตามทางไปโลด!!! ระหว่างทางก็ขอแวะถ่ายรูป ดูสินค้าใน KING POWER และร้านค้าต่างๆ ภายในสนามบินสุวรรณภูมิ เพราะว่าลูกเป็ดยังมีเวลาเหลือเฟือกว่าเครื่องจะออกค่ะ
พอขึ้นเครื่องนั่งที่เรียบร้อย เราก็สามารถดูหนัง ดูการ์ตูน เล่นเกมส์ หรือจะฟังเพลงเพลินๆ ไปก็ได้นะคะ จอทัชสกรีนมีช่องเสียบ USB แถมชาร์จโทรศัพท์ได้อีกแหนะ บนเครื่องจะมีหูฟัง หมอน ผ้าห่ม ให้พร้อมเลย และสำหรับคนโดนเทก็หาอะไรทำเยอะๆ อย่าให้ว่างค่ะเดี๋ยวใจจะฟุ้งซ่าน ว่าแล้วก้ออ่านนิยายดีกว่า 555 แล้วก็รอพนักงานสาวสวยมาเสิร์ฟข้าวเสิร์ฟน้ำ
และแล้ว 7 โมงกว่าๆ (เวลาไต้หวัน) พวกเราก็มาถึงสนามบิน Taoyuan Airport (Terminal 2) ครั้งนี้ใช้เวลาผ่านด่าน ตม.นานนิดนึง เพราะอาเฮีย ตม. ให้พวกเรากรอกที่อยู่ทั้งในไทยและไต้หวันลงในใบขาเข้าไต้หวันอย่างละเอียดให้ครบ (หรือใครที่กรอกออนไลน์มาแล้วก็บอกเค้าตอนยื่น Passport ว่า "online" แล้วก็รอถ่ายรูป แสกนนิ้ว ได้เลย)
หลังจากผ่านด่านอาเฮียมาแล้ว ก็มารอรับกระเป๋า จากนั้นพวกเราก็เข้าเมืองกันค่ะ ซึ่งการเดินทางจากสนามบินเถาหยวนสู่เมืองไทเป หรือ จากเมืองไทเปกลับสนามบินเถาหยวนนั้นไม่ใช่เรื่องยาก รวมถึงเมืองอื่นๆ ของไต้หวันด้วย เพราะปัจจุบันนี้การคมนาคมขนส่งได้ครอบคลุมไปทั่วทั้งเกาะไต้หวัน ทำให้นักท่องเที่ยวอย่างพวกเรามีความสะดวกมากค่ะ
สำหรับการเข้าเมืองไทเปของพวกเราในครั้งนี้เลือกเดินทางเข้าเมืองด้วย Taoyuan Airport MRT ซึ่งเปิดให้บริการตั้งแต่ต้นปี 2017 ตอนนี้มีสถานีตั้งอยู่ที่ Terminal 1 และ 2 วิธีนี้เป็นวิธีเข้าเมืองที่สะดวกที่สุด เพราะนั่งต่อเดียวก็สามารถไปลงที่สถานี Taipei Main Station ได้เลย ค่าโดยสารระหว่างสนามบินเถาหยวน ไปไทเป จะอยู่ที่ NT$ 160 ช่วงเวลาที่ให้บริการตั้งแต่ 06.00 – 23.00 น. ระยะเวลาเดินทาง : Express Train (สีม่วง)* 35 นาที / Commuter Train (สีน้ำเงิน)* 50 นาที สามารถซื้อบัตร Taoyuan Airport MRT รถไฟฟ้าเข้าเมืองแบบเที่ยวเดียว (Single Journey Ticket) ได้ที่ตู้จำหน่ายตั๋วอัตโนมัติด้านหน้าสถานี ซึ่งวิธีการซื้อก็จะคล้ายๆ กับการซื้อบัตร MRT ของบ้านเราค่ะ
แต่สำหรับลูกเป็ดมีวิธีที่สะดวกยิ่งกว่ามาแนะนำ นั่นก็คือการใช้บัตร “Easy Card” หรือ “โหย่วโหยวข่า” จ่ายค่าโดยสารค่ะ บัตรนี้เหมาะสำหรับนักเดินทาง ใช้งานง่าย สารพัดประโยชน์ จะจ่ายค่ารถไฟฟ้า รถเมล์เช่าจักรยาน ค่าแท็กซี่ หรือซื้อสินค้าก็ได้ (แต่บัตรนี้ไม่สามารถขอเงินค่าบัตร Easy Card คืนได้แล้วนะคะ)สำหรับการเปิดใช้บริการต้องจ่ายค่าบัตรราคา NT$ 100 แล้วก็เติมเงิน Top Up ลงในบัตรเพื่อเปิดการใช้งาน ได้เลยค่ะ ทริปนี้พวกเราเติมเงินไปคนละ NT$ 900 เบ็ดเสร็จจ่ายค่าบัตรไปคนละ NT$ 1,000 เงินในบัตร ที่เหลืออยู่ เรายังขอคืนได้ตามปกติที่ Information Counter ของสถานีรถไฟฟ้าทุกแห่งรวมถึงสถานีรถไฟฟ้าสาย Taoyuan Airport MRT ด้วย แต่ต้องเสียค่าธรรมเนียม NT$ 20 หรือถ้าใครอยากเก็บไว้ใช้ครั้งต่อไป ก็ได้ค่ะ ลืมบอกไป!!! บัตร Easy Card เราสามารถหาซื้อได้ง่ายๆ เหมือนชื่อบัตรนั่นแหละค่ะ สะดวกที่สุด คือ ในมินิมาร์ท เช่น Family Mart , 7-Eleven , Hi-Life และ OK Mart หรือ จะซื้อที่ตู้จำหน่ายตั๋วอัตโนมัติในสถานีรถไฟฟ้าก็ได้ ส่วนในสนามบินเถาหยวน Terminal 2 นั้น เราสามารถหาซื้อบัตร Easy Card ได้ตลอดเวลาที่ Family Mart ชั้น 3F ค่ะ
ได้บัตร Easy Card กันมาแล้วก็เข้าเมืองกันค่ะ ให้เดินไปตามป้าย Taoyuan Airport MRT แล้วไปรอขึ้น Express Train คันสีม่วงนะคะ!! แตะบัตรเข้าสถานีเหมือน BTS บ้านเราเลยค่ะ นั่งจาก สถานี Airport Terminal 2 Station (A13) ไปลงที่ สถานี Taipei Main Station (A1) พวกเราขึ้นรถรอบเวลา 09.10 น.
ภายในรถไฟบรรยากาศก็จะ Cute Cute หน่อย แถมมีที่เก็บสัมภาระสำหรับนักเดินทางอย่างพวกเราด้วยค่ะ
ระหว่างทางที่รถไฟวิ่งก็ดูวิวทิวทัศน์ข้างทางของเมืองไทเปไปเพลินๆ เพราะต้องนั่งไปสุดสายกันเลยทีเดียวค่ะ
ใช้เวลานั่งรถไฟไม่นานเพียง 35 นาทีเท่านั้น พวกเราก็มาถึง สถานี Taipei Main Station A1 ในเวลา 09.45 น. (ตามเวลาที่บอกเป๊ะ) เมื่อมาถึงแล้วก่อนอื่นเลยเราต้องเอาใบ booking confirm HSR หรือ ใบจองรถไฟความเร็วสูง ที่เราจองไว้จาก KKday ไปแลกเป็นตั๋วจริงที่เคาน์เตอร์ของสถานีรถไฟความเร็วสูงกันก่อน เพื่อที่วันพรุ่งนี้พวกเราจะได้เดินทางตามรอบรถที่ได้เล็งไว้ (เพราะถ้าหากพรุ่งนี้ตั๋วเต็ม มันจะ ไม่เป็นไปตามแผนที่กำหนด) Let’s go!!! เดินไปสถานี HSR ตามป้ายบอกทางได้เลยค่ะ
เดินไปตามทางไม่นานพวกเราก็เจอสถานี HSR แล้วค่ะ ให้ตรวจสอบรอบเวลารถไฟ จากนั้นก็มาต่อคิวแลก ตั๋วจริง โดยยื่นใบ booking confirm HSR พร้อม Passport ของทุกคนให้กับพนักงานสาวสวยหน้าตาจิ้มลิ้ม เพื่อออกบัตรเดินทางไปกลับ Taipei –Taichung กันเลยค่ะ
พวกเราจองบัตรขาไปที่รอบเวลา 08.10 น. ถึงไทจงเวลา 09.15 น. และ บัตรขากลับที่รอบเวลา 18.00 น. ถึงไทเป เวลา 18.59 น. แล้วก็จะได้บัตรตามรูปด้านล่าง ที่มีหมายเลขขบวนรถไฟ และเลขที่นั่งให้พร้อมค่ะ
จากนั้นพวกเราก็ต้องเอาสัมภาระไปเก็บที่ห้องพักกันก่อน โดยครั้งนี้คุณเพื่อนของลูกเป็ดจองที่พักผ่าน Airbnb ไว้ 3 คืน ที่ย่าน Wanhua District (Address : 8.Ln.53 Sec.2, Hankou St. Wanhua Dist, Taipei) สนนราคาก็ ฿ 2,800 ต่อคน (3 คืน) ที่พักของเราสามารถเอาสัมภาระไปฝากก่อนได้ เพราะเวลา Check in ต้อง หลัง 15.00 น. ค่ะ โดยพวกเราต้องเดินทางจาก MRT สาย Bannan Line (สีฟ้า) ที่ สถานี Taipei Main Station (BL12) ไปลงที่ สถานี Ximen Station (BL11) เพียงสถานีเดียวเท่านั้น แล้วออก Exit 6 จากนั้นเดินเท้า ไปอีก 550 เมตร ก็จะถึงห้องพักแล้วค่ะ หรือใครฟิตจะเดินมาเลยจาก Taipei Main Station เลยก็ได้นะคะ
ห้องพักของพวกเราก็จะกว้างขวาง สะดวกสบาย อุปกรณ์เครื่องใช้ครบครัน ประมาณนี้ค่ะ
หลังจากที่เก็บสัมภาระและพักเหนื่อยกันเสร็จ พวกเราก็เริ่มทัวร์ลูกเป็ดพาเที่ยวกันเลยค่ะ ที่แรกที่จะไป เอาฤกษ์เอาชัย คือ “วัดหลงซาน” โดยให้เดินกลับมาที่ สถานี Ximen Station (BL11) ระหว่างทางเดินมาสถานีพวกเราก็หาอะไรทานเพิ่มพลังกัน มื้อนี้ก็ทานอะไรง่ายๆ ค่ะ
เมื่ออิ่มแล้ว เพื่อไม่ให้เสียเวลาพวกเราก็นั่ง MRT ต่อมา 1 สถานี มาลงที่ สถานี Longshan Temple (BL10) ออก Exit 1 แล้วเดินข้ามถนน แค่นี้พวกเราก็มาถึงวัดหลงซานในเวลา 12.30 น. กันแล้ว
วัดนี้เป็นวัดที่มีชื่อเสียงของทั้งชาวไต้หวันและทั่วโลก มีเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้ในเรื่องของความศักดิ์ของเทพเจ้า เจ้าแม่กวนอิม รวมถึงเทพเฒ่าจันทราที่ผู้คนต่างมาขอพรในด้านความรักซึ่งอยู่ด้านในสุดของวัด จะศักดิ์สิทธิ์อย่างไรขอให้เพื่อนๆ ไปพิสูจน์กันเอาเองละกันค่ะ
เมื่อเสร็จสิ้นพิธีกรรม ทางออกของวัดหลงซานจะมีซุ้มขายของที่ระลึกหรือเครื่องบูชาต่างๆ โดยให้สังเกต ที่ป้ายว่าต้องการเสริมดวงทางด้านไหน ไม่ว่าจะเป็นความรัก, การเงิน, การงาน หรือสุขภาพ, การเรียน ที่ป้ายจะมีบอกว่าต้องบูชาเครื่องรางหมายเลขที่เท่าไร สำหรับใครที่บูชาเครื่องรางเฒ่าจันทรา ซึ่งเป็นเทพเจ้าด้านความรัก ราคาจะอยู่ที่ NT$120 ทีนี้หละจ้า จะมีคนเข้ามาไม่ขาดมือกันเลยทีเดียว 555 เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจพวกเราก็เดินออกจากวัดทางประตูเสือซึ่งอยู่ด้านข้างวิหารเทพเฒ่าจันทรากันค่ะ
เวลา 13.00 น. ไหว้พระขอพรจากวัดหลงซานเสร็จ พวกเราก็ไปต่อกันที่ “ถนนโบราณปัวผีเหลียว” Bopiliao Historical Block ซึ่งก็ใกล้กันนิดเดียวเองค่ะ เพียงแค่หันหลังให้วัดหลงซาน (หน้าวัด) แล้วเดินไปทางซ้าย 1 ล็อคถนนก็จะถึงที่หมาย ถนนแห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เพราะตึกบริเวณนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1799 และได้ปรับปรุงพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกครั้งในปี 2009 จนถึงปัจจุบัน
เวลา 13.30 น. เมื่อถ่ายรูปที่ถนนปัวผีเหลียวจนพอใจแล้ว เราไปต่อกันที่ “บ้านสวนตระกูลหลิน” โดยการขึ้น MRT จาก สถานี Longshan Temple (BL10) ถัดไป 4 สถานี มาลงที่ สถานี Fuzhong (BL06) ออก Exit 3 เดินมาเรื่อยๆ 600 เมตร ราวๆ 8 นาทีก็ถึงแล้วค่ะ โดยสถานที่นี้เป็นที่ตั้งของบ้านสวนตระกูลหลินอันโด่งดังของไต้หวัน (รู้จักกันมั้ย?) เปิดให้ชมทุกวันเวลา 09:00-17:00 น. ค่าเข้าชมคนละ NT$ 80
ภายในมีสวนขนาดย่อม เหมาะแก่การเดินเล่นถ่ายรูปในวันอากาศดีๆ เย็นสบาย และค่อนข้างเงียบสงบไม่ค่อย มีนักท่องเที่ยวเหมือนสถานที่อื่นๆ ค่ะ
เมื่อถ่ายภาพชื่นชมกับความสวยงามของบ้านสวนตระกูลหลินเสร็จ พวกเราก็หมดเรี่ยวแรง ถึงเวลาที่จะต้องกลับไปพักผ่อนกันแล้ว (เรายังไม่ได้นอนกันเลยนี่คะตั้งแต่เมื่อคืน) ตามแผนการเดิมเราต้องเดินกลับไปที่ MRT สถานี Fuzhong (BL06) แล้วขึ้นรถกลับมาลงที่ สถานี Ximen Station (BL11) ออก Exit 6 จากนั้นเดินกลับห้องเพื่อพักผ่อน แต่วันนี้พวกเราขอเปลี่ยนมาขึ้นรถเมล์กลับที่พักแทนนะคะ เพราะเดินต่อไม่ไหวแล้ว ส่วนการขึ้นรถเมล์ก็ไม่ยากค่ะ ตั้งหลักที่ป้ายรถเมล์หน้าบ้านสวนตระกูลหลินนั่นแหละ ให้ขึ้นรถเมล์สาย 701 ใช้เวลาประมาณ 15 นาที ไปลงที่ป้ายซีเหมิน ส่วนกี่ป้ายนั้นลูกเป็ดจำไม่ได้ค่ะ คร่าวๆ ก็ราวๆ 20 +- เห็นจะได้มั้งคะ เวลาลงก็ให้ดูป้ายบอกในรถเมล์เอาค่ะ ว่าสถานีอะไรแล้ว ลืมบอก!!! เวลาขึ้นรถเมล์ให้แตะบัตร Easy Card ที่เครื่องอ่านบัตรบนรถ ส่วนตอนลงรถก็กดกริ่งแล้วเดินลงสวยๆ ไม่ต้องแตะบัตรแล้วค่ะ
บรรยากาศบนรถจะสบายๆ ไม่แอดอัดเหมือนรถเมล์บ้านเรา ขับนิ่มกว่าสาย 8 หลายร้อยเท่าค่ะ หลังจากลงรถเมล์ พวกเราก็เดินกลับและถึงที่พักประมาณ 16.00 น แยกย้ายกันนอนพักผ่อน แต่ก่อนนอนพักผ่อน ลูกเป็ดขออาบน้ำให้สดชื่นก่อนนะคะ Zzzzzz
เวลา 19.00 น. เริ่มหิวกันแล้วค่ะ เพราะใช้พลังงานมาเยอะมากกก วันนี้พวกเราขอไปทานอาหารกันที่ย่าน ซีเหมินติง (Ximending) (แถวที่พักพวกเราแหละค่ะ) ย่านซีเหมินติง (Ximending) แห่งนี้เป็นย่านการค้าของไทเป มีคนเปรียบไว้ว่าเป็น ชิบูย่า – ฮาราจุกุ ของไทเป หรือถ้าจะเทียบกับบ้านเรา ก็คงคล้ายกับ สยามสแควร์ ย่านนี้เปิดขายของตั้งแต่สายๆ จนถึงกลางคืน เป็นแหล่งที่วัยรุ่นนิยมมาเดิน มีสินค้าแฟชั่น เสื้อผ้า รองเท้า ขายเป็นจำนวนมาก และมีสถานบันเทิงหลายร้าน อาหารแนว Food street ก็สามารถหาทานได้ ของขึ้นชื่อก็จะเป็นไก่ทอด Hot Star และเต้าหู้เหม็น (ควรดมกลิ่นก่อนซื้อ หลายคนซื้อแล้วทานไม่ได้) ในช่วงเย็น – หัวค่ำ แบบนี้จะมีคนมาเดินค่อนข้างเยอะ ส่วนร้านอาหารเจ้าไหนอร่อย สามารถดูได้จากจำนวนคนที่เข้าแถวรอซื้อค่ะ เช่น ร้าน AY-CHUNG FLOUR-RICE NOODLE ร้านขายก๋วยเตี๋ยวชื่อดัง ก๋วยเตี๋ยวที่นี่จะเป็นเส้นนิ่มๆ อยู่ในน้ำเหนียวๆ คล้ายน้ำราดหน้าหรือกระเพาะปลา มีใบกระเพราโรยหน้า ราคาถ้วยละ NT$50 หรือจะไก่ทอด Hot – Star ไก่ทอดชื่อดังของไต้หวัน มีอยู่หลายสาขา ส่วนมากขาย ในตลาดกลางคืน ที่ประเทศไทยก็มีอยู่ 1 สาขาที่ The EmQuartier ใครพลาดจากไต้หวันก็หาซื้อกินในไทยได้
แต่สำหรับทัวร์ลูกเป็ดพาเที่ยวแล้ว หากถามว่าเมนูไหนที่ไม่ควรพลาดเมื่อได้มาเยือนไต้หวัน คำตอบแรกที่ นึกถึงภายในไม่กี่วินาที นั่นก็คือ “ชาบูไต้หวัน” หรือ “หม้อไฟไต้หวัน” หรือ “ไถวันฮั่วกัว” (台灣火鍋) ส่วนร้านที่มีคนไทยมาอุดหนุนบ่อยๆ และแนะนำก็คือ “Mala Hot pot” นั่นเองค่ะ
ตั้งแต่วันที่ 27/2/18 ร้านชาบู Mala Hot Pot สาขา Ximen (ใกล้ Holiday KTV) จะย้ายไปอยู่ฝั่งตรงข้าม (เยื้องๆ กับที่เดิม ข้างร้าน Bear-1 Yakiniku) จร้าาาา!!!
มีหลายคนบอกว่า “เห็นร้านชาบูไต้หวันที่ไหน เดินเข้าไปเถอะ รับประกันว่าอร่อยทุกร้าน” อันนี้ลูกเป็ด ไม่คอนเฟิร์มนะคะ แต่ร้าน Mala Hotpot @ Taipei แห่งนี้ ลูกเป็ด RECOMMEND!!! เลยค่ะ ร้านนี้มีเกือบ 10 สาขา แต่ลูกเป็ดขอแนะนำสาขาซีเหมินนี้ค่ะ เพราะว่าอิ่มแล้วก็เดินกลับไปห้องพักได้เลย วิธีการเดินทาง ให้ตั้งต้นจาก สถานี MRT Ximen Exit 6 ทางออกที่เราใช้ไปกลับวันนี้แหละค่ะ ออกมาเลี้ยวขวาเข้าไป ในส่วนของซีเหมินติง เลี้ยวซ้ายตรง KFC จนถึงทางแยก เห็นป้าย KTV ใหญ่ๆ เลี้ยวขวาลงซอยนั้น จะเห็นป้ายร้าน Mala Hot Pot สีแดง เดินขึ้นไปชั้น 2 ได้เลย ร้านนี้เป็นแบบบุพเฟ่ต์นะคะ กินได้ไม่อั้น ภายในเวลา 2 ชั่วโมง สำหรับราคานั้น วันและเวลาที่พวกเราไปจะอยู่ที่คนละ NT$ 598 ซึ่งยังไม่รวมค่าบริการอีก 10%
ในส่วนของเครื่องดื่ม ก็ละลานตาไม่แพ้กันค่ะ ทั้งน้ำชา น้ำหวาน น้ำอัดลม และเบียร์สดไต้หวัน ที่สำคัญคือ ไม่ชาร์จเพิ่มแต่อย่างใด…..!!!
ไฮไลท์ของร้านชาบูไต้หวันส่วนใหญ่ อยู่ที่นี่ค่ะ ไอติม Haagen-Dazs กับ Movenpick มีให้เลือกชิมเป็น 10 รสชาติเลยค่ะ
มีอาหารทะเลแล้ว มีของสดแล้ว มีผักแล้ว มีผลไม้แล้ว มีไอติมแล้ว แล้วจะขาดน้ำจิ้มชาบูได้อย่างไรหละ โถเครื่องปรุงเรียงกันเป็นตับเลยค่ะ ผสมมั่วๆ อาจจะออกมาอร่อยหรือไม่อร่อยก็ได้ ครั้นจะเอาน้ำจิ้มสุกี้หรือน้ำจิ้มซีฟู้ดไปจากเมืองไทย ก็จะไม่ได้ลิ้มรสชาบูไต้หวันของแท้สิ แต่ลูกเป็ดก็ได้หาสูตรน้ำจิ้มชาบูของร้าน Fufu Taiwanese Shabu มาฝาก เลือกปรุงได้ตามใจชอบเลยค่ะ
ส่วนเนื้อหมูนี่สั่งจากในเมนู แนะนำว่า สั่งไปทีละหลายๆ ถาดเลย จะได้ไม่ขาดตอนความอร่อย^^ (มีเนื้อวัวด้วยนะคะ) และเมื่อได้ครอบครองส่วนประกอบทุกอย่างแล้ว ก็จัดแจงเอาลงหม้อน้ำซุปได้เลย ที่นี่มีน้ำซุปให้เลือกทั้งหมด 5 อย่างด้วยกัน Mala Spicy Hot Pot / Vegetarian Energy Hot Pot / Chinese Sauerkraut Hot Pot / Collagen Hot Pot / Stir-fried Chicken with Chinese Sauce and Hot Pot
ในส่วนน้ำซุบมีแต่คนแนะนำ “ซุปหมาล่า” ซึ่งเป็นซุปขึ้นชื่อของเมืองไต้หวันเลยค่ะ เทคนิคการกินสำหรับผู้ที่ ไม่คุ้นเคยกับน้ำซุปหมาล่า คือ แค่เอาเนื้อต่างๆ ไปแกว่งๆ ในน้ำซุปหมาล่าให้สุกก็พอ ไม่ควรเอาผักลงไปต้ม เพราะความเผ็ดจะเข้าเนื้อผักทำให้ไม่อร่อย ***ซุปหมาล่า คือ ซุปที่ใส่ฮวาเจียว รสชาติเผ็ดแบบชาๆ ลิ้น ไม่ใช่เผ็ดร้อนแบบบ้านเรา
***ควรเลี่ยงช่วงเวลาที่คนเยอะๆ นะคะ ไม่งั้นอาจต้องรอคิวนาน ช่วงเที่ยงๆ หรือ ช่วง 1-2 ทุ่ม*** เพิ่มเติม : เมื่อจ่ายเงินเค้าจะมีคูปองสะสมแต้มมาให้ด้วย ซึ่งปกติแสตมป์นี้จะมีอายุการใช้งาน 6 เดือนนับจากวันที่เราไปกิน สะสมครบ 10 ดวง กินฟรีไปเลย 1 คน (ไม่ต้องจ่ายค่าอาหาร จ่ายแต่ค่าบริการ 10% เท่านั้น) ***คูปองนี้ใช้ได้จริงๆ นะ มีคนไทยเคยไปฟรีไปแล้วเกือบ 10 ครั้ง***
เมื่ออิ่มจนท้องจะแตก จากนั้นพวกเราก็เดินกลับที่พักกัน แต่ก่อนกลับขอแวะถ่ายภาพกับ “ตึกอิฐแดง” (Red House Theater) ตึกอิฐแดงเป็นตึกที่สำคัญในย่านซีเหมิน ก่อสร้างสไตล์ตะวันตก รูปร่างดูคล้ายกับสถานีรถไฟโตเกียว ตึกนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1908 ช่วงที่ไต้หวันอยู่ในการปกครองของญี่ปุ่น เป็นตลาดแห่งแรกของไต้หวัน ต่อมาก็เป็นโรงหนัง และ ปัจจุบันเป็นสถานที่จัดนิทรรศการ รวมทั้งร้านขายของค่ะ
ลูกเป็ดอยากจะบอกว่าชอบทำเลที่พักของเราในครั้งนี้มากค่ะ เพราะว่าอยู่ใกล้ทั้งสถานีรถไฟ และ ย่านชอปปิ้ง เดินทางสะดวกมากกก และตอนนี้ก็ 22.00 น. แล้ว ลูกเป็ดขอตัวไปอาบน้ำพักผ่อนแล้วเตรียมตะลุยวันต่อไปก่อนนะคะ
Facebook Page : ลูกเป็ดพาเที่ยว https://www.facebook.com/ลูกเป็ดพาเที่ยว-388495935266381/
Instagram : tingerbell.pr
แสดงความคิดเห็น

Booking.com
   NewTraveler
สุดยอด
ตอบกลับ

  ลูกเป็ดพาเที่ยว
ขอบคุณค้าบ
2019-07-10 16:18:11 ลบ